การแยกเสียงออกจากวิดีโอช่วยให้คุณโฟกัสกับตัววิดีโอหลักมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวและจัดการกับปัญหาลิขสิทธิ์อีกด้วย ดังนั้นการควบคุมเสียงจึงเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักตัดต่อวิดีโอ วิธีหนึ่งที่ทำให้วิดีโอดูดีขึ้นคือ การลบเสียงรบกวนออก ไม่ใช่แค่การลดเสียงพื้นหลังเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อให้การตัดต่อของคุณแม่นยำมากขึ้น แล้วคุณจะลบเสียงออกจากวิดีโอได้อย่างไร? ไม่ต้องกังวลหากคุณเป็นมือใหม่ในสายงานตัดต่อวิดีโอ! โพสต์นี้คือคู่มือของคุณสำหรับการตัดเสียงออกจากวิดีโออย่างรวดเร็วและง่ายดาย
การแยกเสียงออกจากวิดีโอช่วยให้คุณโฟกัสกับตัววิดีโอหลักมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวและจัดการกับปัญหาลิขสิทธิ์อีกด้วย ดังนั้นการควบคุมเสียงจึงเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักตัดต่อวิดีโอ วิธีหนึ่งที่ทำให้วิดีโอดูดีขึ้นคือ การลบเสียงรบกวนออก ไม่ใช่แค่การลดเสียงพื้นหลังเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อให้การตัดต่อของคุณแม่นยำมากขึ้น แล้วคุณจะลบเสียงออกจากวิดีโอได้อย่างไร? ไม่ต้องกังวลหากคุณเป็นมือใหม่ในสายงานตัดต่อวิดีโอ! โพสต์นี้คือคู่มือของคุณสำหรับการตัดเสียงออกจากวิดีโออย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ในบทความนี้
ทำไมการลบเสียงออกจากวิดีโอจึงจำเป็น?
คุณสามารถทำให้วิดีโอมีความหลากหลายและความสำเร็จมากขึ้นในหลายด้านด้วยการลบเสียงออก
วิดีโอของคุณกลายเป็นสื่ออเนกประสงค์
การเอาเสียงออกจากวิดีโอทำให้วิดีโอนั้นใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานนำเสนอ สไลด์ หรือวิดีโอสอนต่างๆ เสียงต้นฉบับหรือเสียงรบกวนอาจทำให้ฟุ้งซ่านในวิดีโอเหล่านั้น
ไม่มีปัญหาเรื่องภาษา
การปิดเสียงหรือเอาเสียงออกช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ชมที่พูดคนละภาษาได้ง่ายขึ้น การลบเสียงต้นฉบับทำให้วิดีโอเป็นกลางทางภาษา ประหยัดเวลาสำหรับการเพิ่มซับไตเติล หรือการพากย์เสียง โดยไม่รบกวนการเล่าเรื่อง
เน้นที่ตัววิดีโอเป็นหลัก
ตัดเสียงออกเพื่อให้ภาพเป็นจุดสนใจหลัก เหมาะมากตอนสร้างวิดีโอสอนหรือคลิปแนะนำการใช้งาน ผู้ชมบางคนอาจชอบชมตัวอย่างโดยไม่ต้องฟังเสียงพูดก็ได้
ขจัดเสียงพื้นหลังที่มากเกินไป
วิดีโออาจดูน่าเบื่อเพราะมีเสียงรบกวน, เสียงก้อง หรือเสียงที่ไม่ต้องการ การลบสตรีมเสียงช่วยกำจัดสิ่งรบกวน ผู้ชมจึงได้รับประสบการณ์ที่สะอาดขึ้น
หลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์
ธุรกิจสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ได้โดยการเอางานเสียงในวิดีโอออก การนำงานเสียงของผู้อื่นออกก่อนนำไปใช้สาธารณะเป็นสิ่งจำเป็น ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์เสียง โดยจำกัดการแสดงแค่ภาพ
ปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะสม
ครีเอเตอร์สามารถให้ผู้ชมเพิ่มเพลงประกอบหรือเสียงพากย์ของตัวเองได้ผ่านการตัดเสียงต้นฉบับออก จึงทำให้ประสบการณ์การรับชมเป็นส่วนตัวมากขึ้น เหมาะกับโปรเจกต์ที่ต้องการความเฉพาะตัว หรือเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้
ความปลอดภัยของข้อมูลลับ
บางครั้งวิดีโออาจบันทึกบทสนทนาหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องลบเสียงออกเพื่อความเป็นส่วนตัว อย่าลืมว่าการแบ่งปันแค่ภาพจะไม่กระทบกับความลับ เนื้อหาสำคัญในเสียงต้นฉบับจะถูกซ่อนไว้
อย่างที่คุณเห็น การลบเสียงจากวิดีโอให้ประโยชน์หลายด้าน เมื่อปิดเสียงในวิดีโอจะมีตัวเลือกมากมาย การกำจัดเสียงรบกวนช่วยให้คุณใช้จินตนาการได้เต็มที่
แล้ววิดีโอไร้เสียงจะช่วยพัฒนากลยุทธ์ผลิตวิดีโอของคุณอย่างไร? มาดูกัน!
จะพัฒนาการเล่าเรื่องด้วยวิดีโอไร้เสียงได้อย่างไร?
วิดีโอเงียบมีศักยภาพในการเล่าเรื่องแบบที่ยังมีคนใช้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะใช้แค่ภาพเคลื่อนไหวในการเล่าเรื่อง วิดีโอแบบไม่มีเสียงจึงมีพลังในการตรึงผู้ชมและเปิดโอกาสให้การเล่าเรื่องสร้างอารมณ์ได้มากมาย อย่างเต็มที่
กำหนดโครงเรื่อง
วิดีโอไร้เสียงทำให้ผู้ชมต้องพึ่งพาการมองเห็นภาพมากขึ้น จะช่วยดึงผู้ชมเข้าใกล้กับภาพต่างๆ และเพิ่มความมีส่วนร่วมกับเรื่องราวระหว่างที่เนื้อเรื่องดำเนินไป
ยกระดับเนื้อเรื่อง
ความเงียบช่วยชี้นำความสนใจของผู้ชมไปสู่จุดโฟกัสในภาพ เมื่อไม่มีสิ่งรบกวนจากเสียง ผู้ชมจะใส่ใจรายละเอียดองค์ประกอบในเรื่องได้มากขึ้น ช่วยเน้นจุดสำคัญในเรื่องได้ดีขึ้น
เช่น อารมณ์ไม่จำเป็นต้องแสดงด้วยบทสนทนาอย่างเดียว อาจใช้ภาพระยะใกล้ของสีหน้าตัวละครก็เพียงพอ
สร้างอารมณ์ด้วยความเงียบ
อีกหนึ่งวิธีสร้างอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใช้ความเงียบอย่างเต็มที่ คลิปเงียบสามารถทำให้ผู้ชมลุ้นหรือจดจ่อกับเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น การใช้ฉากเงียบช่วยให้ผู้ชมอินกับเนื้อหาลึกซึ้งขึ้น กล่าวโดยสรุป เทคนิคนี้ช่วยกระตุ้นอารมณ์หลากหลายในผู้ชมได้ดี
เติมแต่งนัยยะเชิงเปรียบเทียบ
การไร้เสียงทำให้สามารถใช้สัญลักษณ์/เปรียบเทียบทางภาพได้เต็มที่ สามารถสื่อสิ่งที่ต้องการผ่านแต่ละภาพ แทนที่ต้องใช้บทสนทนาหรือดนตรีประกอบ
ผู้ชมจะสามารถตีความเรื่องราวในระดับลึกผ่านฉากวิดีโอ สิ่งของ หรือการกระทำที่เป็นสัญลักษณ์ได้เอง
ทำให้เรื่องที่เข้าใจยากง่ายขึ้น
วิดีโอเงียบช่วยให้นักเล่าเรื่องปลุกอารมณ์แก่ผู้ชมได้แรงขึ้น ทั้งยังให้ผู้ชมตีความด้วยสายตาและคิดเติมเต็มเสริมเรื่องราวได้เอง แม้ไม่มีคำพูด วิดีโอไร้เสียงก็เป็นสื่อกลางที่ช่วยเล่าเรื่องตรึงใจผู้ชมได้
วิธีใช้ Filmora เพื่อลบเสียงออกจากวิดีโอของคุณ?
มี 2 วิธีหลักในการใช้โปรแกรมนี้ คุณสามารถดาวน์โหลด Wondershare Filmora มาทดลองใช้งานฟรีได้ก่อน นี่คือวิธีลบเสียงในโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ.
วิธีที่ 1: ใช้ปุ่ม "ปิดเสียง" (Mute)
วิธีแรกคือฟังก์ชั่น "Mute" ที่มีให้ใน Filmora เริ่มด้วยการนำไฟล์วิดีโอจากเครื่องลงในโปรแกรม
ลากไฟล์ลงไปที่ไทม์ไลน์ตัดต่อใน Filmora จากนั้นคลิกขวาที่ไฟล์เพื่อปิดเสียง เมื่อเสร็จแล้ว เลือกรูปแบบไฟล์ที่ต้องการบันทึก
จะเห็นได้ว่าตัวเลือกปุ่มปิดเสียงนั้นใช้งานง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องมีทักษะตัดต่อวิดีโอเฉพาะทาง มือใหม่ก็สามารถลบเสียงออกจากคลิปของตนเองได้ทันที

วิธีที่ 2: ใช้ฟีเจอร์ Audio Detach
ต่อไปเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่น Audio Detach เป็นเครื่องมือแยกเสียงออกจากวิดีโอได้อย่างดี มาดูวิธีการแยกเสียงและวิดีโออย่างละเอียดกัน
ขั้นตอนที่ 1อัปโหลดวิดีโอของคุณ
เลือกคลิปวิดีโอที่ต้องการแยกเสียงออก คลิก "นำเข้า" แล้วเลือกโฟลเดอร์ที่อยู่ของไฟล์จากฮาร์ดดิสก์ของคุณ
หากต้องการเลือกหลายไฟล์พร้อมกัน ให้กดปุ่ม "Ctrl" ขณะเลือกไฟล์ทั้งหมด หน้าหลักของโปรแกรมจะแสดงตัวอย่างไฟล์ทั้งหมดที่นำเข้าแล้วอยู่ทางหน้าต่างขวา

ขั้นตอนที่ 2ตัดเพลงออก
ลากไฟล์วิดีโอจากแถบข้างเข้าไปใน Video Timeline แล้วคลิกขวาเพื่อเลือก "Audio Detach"
ทันทีที่สั่ง จะมีไฟล์เสียงใหม่แยกต่างหากแสดงใน Music Timeline สามารถดูแทร็กเสียงของวิดีโอต้นฉบับได้ จากนั้นกดปุ่ม "Delete" เพื่อลบเสียงออก
คุณสามารถแยกเสียงออกจากหลายไฟล์วิดีโอได้ด้วยเช่นกัน โดยไฟล์ทั้งหมดจะจัดเรียงต่อเนื่องใน Video Timeline อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้น หากต้องการแยกเสียงจากหลายไฟล์ ให้คลิกที่ไอคอนแอปด้านซ้ายแล้วเลือก "บันทึกเป็น..." เพื่อสร้างไฟล์โปรเจกต์ใหม่ แล้วส่งออกไฟล์แต่ละไฟล์แยกกันหลังจากโหลดโปรเจกต์กลับเข้ามา

ขั้นตอนที่ 3ดาวน์โหลดวิดีโอ
หากต้องการแน่ใจว่าถูกต้อง ให้ดับเบิลคลิกที่คลิปใน Video Timeline หากต้องการเพิ่มเพลงใหม่สามารถทำได้ที่ขั้นตอนนี้ เพื่อบันทึกแค่แทร็กวิดีโอให้คลิก "สร้างไฟล์ (Create)" จากนั้นเลือกฟอร์แมตที่ต้องการก่อนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

ทันทีที่สั่ง จะมีไฟล์เสียงใหม่แยกต่างหากแสดงใน Music Timeline สามารถดูแทร็กเสียงของวิดีโอต้นฉบับได้ จากนั้นกดปุ่ม "Delete" เพื่อลบเสียงออก
คุณสามารถแยกเสียงออกจากหลายไฟล์วิดีโอได้ด้วยเช่นกัน โดยไฟล์ทั้งหมดจะจัดเรียงต่อเนื่องใน Video Timeline อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้น หากต้องการแยกเสียงจากหลายไฟล์ ให้คลิกที่ไอคอนแอปด้านซ้ายแล้วเลือก "บันทึกเป็น..." เพื่อสร้างไฟล์โปรเจกต์ใหม่ แล้วส่งออกไฟล์แต่ละไฟล์แยกกันหลังจากโหลดโปรเจกต์กลับเข้ามา
ตอนนี้คุณก็รู้วิธีลบเสียงออกจากวิดีโอในFilmoraแล้ว จะเห็นว่าการลบเสียงรบกวนจากวิดีโอด้วย Filmora นั้นง่ายมาก ไม่ต้องมีประสบการณ์มากหรือโปรแกรมราคาแพงก็ทำได้
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ข้างบน ถึงจะเป็นครั้งแรกก็จัดการได้ คุณสามารถตัดเสียงที่ไม่จำเป็นหรือรบกวนทิ้งจากไฟล์ได้ในไม่กี่นาที
สรุป
จะเห็นว่าความสามารถในการควบคุมเสียงขณะแก้ไขวิดีโอส่งผลต่อประสบการณ์การรับชม ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเนื้อหาวิดีโอแต่ยังขยายโอกาสอีกด้วย ช่วงเวลาไร้เสียงนี้ช่วยปลดปล่อยจินตนาการของคุณ
เป็นเทคนิคทำให้คลิปมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น สามารถข้ามอุปสรรคเรื่องภาษา ข้อจำกัดทางกฎหมาย และสิ่งรบกวนต่างๆ ได้
นึกถึงวิดีโอวันหยุดที่เต็มไปด้วยภาพสวยๆ และเสียงของถนนที่คึกคัก ผู้ชมสามารถดื่มด่ำในบรรยากาศได้เต็มที่ ถ้าคุณตัดเสียงออกจากคลิปนั้น ก็อาจทำให้วิดีโอดูน่าสนใจมากขึ้น
โดยสรุป การลบเสียงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างเรื่องราวให้น่าติดตาม เปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ชมให้โฟกัสกับภาพและมีส่วนร่วมมากขึ้น คุณสามารถใช้ความสามารถในการลบเสียงของ Filmora เพื่อทำงานนี้ได้อย่างง่ายดาย ตัวโปรแกรมช่วยให้การตัดต่อรวดเร็ว โดยไม่เสียคุณภาพวิดีโอ เรียนรู้การใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องและสื่ออารมณ์ในวิดีโอของคุณ