ในบทความนี้
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับช็อตกล้องและมุมกล้อง
คุณเคยสงสัยไหมว่าความแตกต่างระหว่าง ช็อตกล้อง และ มุมกล้องคืออะไร? หลายคนมักสับสนกับสองคำนี้ และถ้าคุณยังใหม่กับโลกของการถ่ายทำภาพยนตร์และศิลปะภาพ แน่นอนว่าคุณต้องอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วต่างกันอย่างไร โชคดีที่วันนี้เราจะให้คำจำกัดความอย่างเป็นทางการของทั้งสองคำพร้อมตัวอย่างมากมายเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจคือคำว่า "ช็อตกล้อง" หมายถึงวิธีการจัดวางกรอบภาพวัตถุในฉาก ส่วน "มุมกล้อง" หมายถึงมุมที่กล้องตั้งไว้ขณะบันทึกภาพ
นิยามของช็อตกล้อง: ช็อตกล้อง คือคำศัพท์ในการถ่ายทำที่บอกว่าผู้ชมจะเห็นอะไรในเฟรมบ้าง คุณต้องพิจารณาทุกสิ่งที่จะปรากฏในเฟรมและระยะห่างจากกล้อง หากกล้องอยู่ห่างออกไปและเห็นทิวทัศน์กว้างๆ นั่นคือช็อตกว้างแต่หากกล้องเข้าใกล้วัตถุมาก นั่นคือช็อตใกล้.
นิยามของมุมกล้อง: มุมกล้องหมายถึงองศาของกล้องเมื่อเทียบกับเส้นขอบฟ้า เช่น จินตนาการถึงเส้นที่ขนานกับพื้น แล้วขยับกล้องขึ้นหรือเอียงไปจากเส้นนั้นเพื่อให้ได้เอฟเฟกต์ต่างๆ คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ช็อตมุมสูง มุมต่ำ หรือช็อตเอียงมากๆ (อย่างเช่นDutch Angle).
15 ประเภทมุมกล้องและช็อตกล้องยอดนิยม พร้อมตัวอย่างการใช้งาน
แน่นอนว่าคนทำหนังและศิลปินได้คิดค้นรูปแบบช็อตกล้องและมุมกล้องมากมายตลอดหลายปีมาแล้ว วันนี้เราจะรวบรวม 9 ประเภทช็อตกล้องยอดนิยม และ 6 ประเภทมุมกล้องที่ใช้บ่อยมาให้ดู
9 ประเภทของช็อตกล้องที่ใช้บ่อยที่สุด
ช็อตกว้างมาก (Extreme Long Shot)
ช็อตกว้างมากคือการถ่ายจากระยะไกลมากๆ จนแม้จะเห็นตัวละครแต่ก็มองไม่เห็นรายละเอียด ส่วนมากไม่มีตัวละครในเฟรม แต่จะแสดงทิวทัศน์หรือเมืองกว้างใหญ่ให้รู้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน

เมื่อไรควรใช้: ใช้เป็นช็อตเริ่มต้นเรื่อง (Establishing Shot) หรือเน้นให้เห็นว่าตัวละครเล็กน้อยมาก เหมาะมากกับหนังไซไฟ อีพิค สงคราม และแฟนตาซี ที่ต้องให้ผู้ชมเข้าใจฉากหลัง
ช็อตเต็มตัว (Full Shot)
ช็อตเต็มตัวจะครอบคลุมตัวแบบตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นฉากหลังด้วย ช็อตนี้ใช้เพื่อโชว์ท่าทางและการเคลื่อนไหว ให้ผู้ชมเห็นการมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เหมาะสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับเรื่องราว

เมื่อไรควรใช้:ถ้าต้องแนะนำตัวละครใหม่ โดยเฉพาะถ้าเครื่องแต่งกายสำคัญ เช่น ฮีโร่หรือแฟชั่น ไอคอน ก็ควรใช้ช็อตเต็มตัว เหมาะกับโชว์ท่าเต้นหรือฉากแอคชั่นด้วย ใช้ได้กับหนังแอคชั่น มิวสิคัล ดราม่า
ช็อตครึ่งตัว (Medium Shot)
ช็อตครึ่งตัวใช้เพื่อโชว์ตัวละครตั้งแต่เอวขึ้นไป ให้รายละเอียดมากทั้งท่าทางสีหน้า รายละเอียดเสื้อผ้า และเห็นฉากหลังเล็กน้อย ทำให้บาลานซ์ระหว่างตัวผู้แสดงกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อไรควรใช้:จะเห็นช็อตนี้บ่อยในฉากสนทนา เช่น รายการพ็อดคาสต์ สัมภาษณ์ หรือพูดคุยทั่วไป ได้อารมณ์สบายๆ
ช็อตใกล้ใบหน้า (Close-Up)
ช็อตใกล้ใบหน้าซูมหาใบหน้าของตัวละคร แต่ยังเห็นฉากหลังบ้างเล็กน้อย ถ้าทำกับนักแสดงที่เก่ง จะถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีเยี่ยม เป็นช็อตที่ใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ดีใจ เบิกบาน กังวล โกรธหรือผิดหวัง

เมื่อไรควรใช้:นิยมใช้กับฉากสนทนาสำคัญ โดยเฉพาะเพื่อโชว์การตอบสนองของตัวละครต่อฉากก่อนหน้าหรือถัดไป และยังเหมาะกับฉากสองคนในเฟรม เช่น ฉากจูบ พบได้ในหนังทุกแนว ทั้งโรแมนติก ตลก ระทึกขวัญ หรือสยองขวัญ
ช็อตซูมใกล้สุดขีด (Extreme Close-Up)
สำหรับช็อตซูมใกล้สุดขีดจะซูมที่คุณลักษณะบนใบหน้าโดยเฉพาะ เช่น ดวงตา ริมฝีปาก แบบไม่เห็นฉากหลังเลย ยิ่งซูมมากยิ่งเน้นอารมณ์ได้ดี ใช้สร้างปฏิกิริยาที่เร้าใจ

เมื่อไรควรใช้:เหมาะสำหรับเน้นอารมณ์หรือรายละเอียดสำคัญๆ แล้วแต่บริบทในเรื่อง พบได้บ่อยในหนังระทึกขวัญ สยองขวัญ แอคชั่น หรือดราม่า
ช็อตมุมมองตัวละคร (Point-of-View, POV Shot)
ช็อตแบบ POV เปลี่ยนมุมมองโดยให้ผู้ชมเห็นเหตุการณ์ผ่านสายตาของตัวละคร ด้วยกล้องประเภท GoPro ยิ่งทำให้คนคุ้นเคยกับช็อตนี้มากขึ้น ใช้เล่าเรื่องได้ดีมาก

เมื่อไรควรใช้:ขึ้นกับเนื้อเรื่อง ช็อตนี้อาจใช้เพิ่มความเร้าใจ หรือจะใช้กับฉากโรแมนติก และเหมาะกับโปรเจกต์ที่อ้างอิงจากวิดีโอเกม ช็อตนี้ใช้กับฉากไล่ล่า สยองขวัญ หรือขับรถก็ได้
ช็อตผ่านไหล่ (Over-the-Shoulder Shot, OTS)
อีกเทคนิคหนึ่งคือวางกล้องไว้ด้านหลังตัวละครแล้วถ่ายเหตุการณ์ที่มองพ้นไหล่ไป ให้ผู้ชมเห็นแผ่นหลัง บางทีก็ทำให้ตัวละครเบลอเพื่อเน้นสิ่งข้างหน้า เป็นการเปลี่ยนมุมมองที่ดีเยี่ยม

เมื่อไรควรใช้: ใช้บ่อยโดยเฉพาะในฉากเจรจาต่อรอง เผชิญหน้า หรือสอบสวน ด้วยความหลากหลายนี้ จึงพบได้ในหนังทุกรูปแบบ ไม่ว่าแอคชั่น ดราม่า อาชญากรรม หรือการเมือง
ช็อตคาวบอย (Cowboy Shot)
ช็อตCowboyถูกคิดค้นในหนังคาวบอย โดยจะเฟรมตัวละครตั้งแต่เข่าหรือสะโพกขึ้นมา เพื่อโชว์ว่าพกปืนหรือเปล่า

เมื่อไรควรใช้:ถ้ามีฉากเผชิญหน้า ไม่ว่าตัวละครจะมีอาวุธหรือไม่ ก็สามารถใช้ช็อตนี้ได้ พบบ่อยในหนังคาวบอยแต่ก็ใช้ในแอคชั่น ไซไฟ หรือซูเปอร์ฮีโร่เช่นกัน
ช็อตสองคน/กลุ่ม (Two Shot/Group Shot)
ช็อตแบบนี้จะมีตัวละครสองคนขึ้นไปอยู่ในเฟรมเดียว สามารถประยุกต์เทคนิคอื่นๆ ให้สร้างสรรค์ขึ้น เน้นการมีปฏิสัมพันธ์และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร

เมื่อไรควรใช้:เหมาะกับเน้นเหตุการณ์สำคัญ สามารถใช้ได้กับหนังทุกแนว แต่ที่นิยมคือหนังรักคอมเมดี้ หนังเพื่อนซี้ ดราม่า และฉากแอคชั่น
6 ประเภทของมุมกล้องยอดนิยม

ช็อตมุมสูงคือตั้งกล้องให้เลนส์มองจากด้านบน ลงมา เพื่อทำให้ตัวละครดูเล็กและไม่มีความสำคัญ
เมื่อไรควรใช้:หากในเรื่องมีช่วงที่ตัวละครพ่ายแพ้ อ่อนแอ หรือเสียการควบคุมควรใช้มุมนี้ และเหมาะกับเน้นอำนาจเหนือกว่า พบบ่อยในหนังจิตวิทยา สยองขวัญ สงคราม และระทึกขวัญ

นี่คือตรงข้ามกับมุมสูง โดยกล้องจะตั้งเอียงขึ้น จากด้านล่าง ทำให้ตัวละครดูยิ่งใหญ่ มีพลัง เหมือนมองขึ้นไปหาพระเอกหรือวายร้าย
เมื่อไรควรใช้:เหมาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการเปิดตัวตัวละครที่ทรงพลัง มีฉากพูดเดี่ยวสร้างแรงบันดาลใจ หรือฉากให้ตัวละครหนึ่งเหนือกว่าอีกฝ่าย พบได้บ่อยในหนังซูเปอร์ฮีโร่ แฟนตาซี อาชญากรรม สืบสวน ไปจนถึงสยองขวัญ

Dutch angle จะเอียงเส้นขอบฟ้าให้ภาพดูบิดเบี้ยว แตกต่างจากธรรมชาติ เทคนิคนี้ใช้สื่อถึงความไม่ปกติหรือช่วงเวลาสำคัญในเรื่อง ช่วยสร้างความกดดันและความรู้สึกไม่มั่นคงด้านจิตใจ
เมื่อไรควรใช้:ถ้าตัวละครรู้สึกสับสน ไม่มั่นคง หรือเกิดเหตุการณ์เหนือจริง Dutch angle คือเครื่องมือที่ควรใช้ นิยมมากในหนังระทึกขวัญ สยองขวัญ ไซไฟ และแนวจิตวิทยา

ช็อต Tiltคือการขยับกล้องบนแกนใดแกนหนึ่งระหว่างการถ่ายทำ โดยทั่วไปใช้เอียงกล้องในแนวราบเพื่อโชว์ความยาว หรือขึ้นลงในแนวตั้งสำหรับวัตถุที่สูง
เมื่อไรควรใช้:มุมกล้องลักษณะนี้เหมาะในการโชว์โครงสร้างหรือแนะนำตัวละครสำคัญ พบได้บ่อยในหนังดราม่า ผจญภัย หรือแอคชั่น

กล้องตั้งฉาก 90 องศากับพื้น แพนลงมา หากมีตัวละครจะเห็นแต่ด้านบนศีรษะ ให้ความรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง หรือเหมือนบินดูบนฟ้า ใช้ให้ผู้ชมเห็นพื้นที่ทั้งฉากในมุมมองแปลกใหม่
เมื่อไรควรใช้:ถ้าอยากโชว์สนามรบขนาดใหญ่ คลื่นคนจำนวนนับไม่ถ้วน การจราจร หรือการเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบหรือโกลาหลจากมุมสูง ควรเลือกใช้ช็อตนี้ นิยมมากในหนังสงคราม สารคดี หนังแอคชั่น ดราม่า คอมเมดี้ และหนังทดลอง

ตรงข้ามกับมุมมองนก กล้องจะหมอบต่ำมองขึ้น คิดภาพว่าคุณเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ มองขึ้นไป จะเห็นวัตถุในฉากใหญ่โตและทรงพลัง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเป็นมด เป็นเวอร์ชันสุดโต่งของช็อตมุมต่ำ
เมื่อไรควรใช้:ถ้าตัวละครรู้สึกอ่อนแอ หรือไร้พลัง ใช้มุมนี้ก็เหมาะ หรือจะถ่ายโลกในมุมมองของเด็กเล็กก็สามารถ นิยมในหนังครอบครัว ดราม่า และแอคชั่น
ข้อควรพิจารณาทางศิลปะ: วิธีเลือกช็อตและมุมกล้องที่เหมาะกับโปรเจกต์ของคุณ
นี่คือตัวอย่างเช็กลิสต์สั้นๆ ที่จะช่วยตัดสินใจเลือกมุมกล้องและช็อตกล้องให้เหมาะสมกับแต่ละฉาก
สำหรับช็อตกล้อง
- พิจารณาความเข้มข้นของอารมณ์ของฉาก แล้วตัดสินใจว่ากล้องควรอยู่ห่างหรือใกล้ตัวแบบแค่ไหนจึงจะสื่ออารมณ์นั้นได้ดี
- ตัดสินใจว่าจุดสำคัญหลักของฉากนี้คืออะไรควรเน้นตัวละคร สิ่งแวดล้อม หรือทั้งสองอย่าง
- คิดถึงเป้าหมายของฉากว่าช็อตนั้นต้องเปิดเผยอะไรหรือไม่ และมีความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องอย่างไร
- พิจารณาจังหวะและความเร็วของฉากว่าอยากให้ดำเนินเรื่องเร็วหรือช้า
- จัดการหรือย้ายสิ่งของที่บังและบดบังองค์ประกอบสำคัญขณะถ่ายทำ
สำหรับมุมกล้อง
- พิจารณาไดนามิคด้านอำนาจในฉากนั้น และลองใช้มุมกล้องช่วยให้ตัวละครที่อยู่เหนือกว่า ดูใหญ่และมีอิทธิพลมากขึ้น
- ตัวละครในฉากนี้มีสภาพจิตใจอย่างไรสภาพจิตใจ ของตัวละครในฉากนั้นเป็นอย่างไร จากจุดนี้ คุณสามารถพิจารณามุมกล้องและการเอียงที่แตกต่างกันได้
- เมื่อเลือกมุมกล้องที่เหมาะสม ให้คำนึงถึง มุมมองของผู้ชม และความรู้สึกที่พวกเขาควรได้รับกับฉากนั้น
- มุมกล้องบางแบบสามารถเสริมสร้าง ธีมหรืออารมณ์ ของฉากนั้นได้ ดังนั้นอย่าลืมคำนึงถึงจุดนี้ด้วย
- โปรดใส่ใจเรื่อง ความต่อเนื่องและความสอดคล้องของฉาก เปรียบเทียบกับฉากก่อนหน้าและฉากถัดไปในลำดับเรื่อง
วิธีเปลี่ยนมุมกล้องและเลนส์ให้ได้ช็อตที่สมบูรณ์แบบ
หากคุณต้องการฝึกฝนและดูว่าเลนส์ต่างๆ ส่งผลต่อช็อตกล้องอย่างไรในขณะที่ทดลองปรับมุมกล้อง ไม่มีเครื่องมือใดจะดีไปกว่า Filmora.
สร้างมุมกล้องและเลนส์ที่ลงตัวในโปรแกรม Filmora
เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดและติดตั้ง Filmora บนอุปกรณ์ Windows หรือ Mac ของคุณ จากนั้นสร้างโปรเจกต์ใหม่และนำเข้าวิดีโอที่คุณต้องการแก้ไข หลังจากนั้นให้ทำตามคำแนะนำสามขั้นตอนง่ายๆ ของเรา
ลาก วิดีโอลงในไทม์ไลน์แก้ไข
ในส่วนแสดงตัวอย่างวิดีโอ คุณสามารถใช้ เครื่องมือเอียง เพื่อปรับเปลี่ยนมุมกล้องและปรับขนาดวิดีโอเพื่อเน้นองค์ประกอบต่างๆ ของฉาก
หลังจากปรับขนาดและเอียงวิดีโอแล้ว ให้ไปที่ วิดีโอ > เครื่องมือ AI แล้วเลื่อนเพื่อค้นหาและเปิดใช้งานฟีเจอร์ แก้ไขความผิดเพี้ยนเลนส์ ที่นี่ คุณสามารถเลือก โมเดลอุปกรณ์, ปรับ ความละเอียด, และใช้ แถบปรับระดับ เพื่อควบคุมเอฟเฟกต์การเปลี่ยนแปลงของเลนส์



ลองดูการเปรียบเทียบแบบเคียงข้างกัน ด้านซ้ายคือวิดีโอต้นฉบับ ส่วนด้านขวาคือวิดีโอที่ปรับเอียงและใช้เลนส์กล้องที่ต่างกัน


